คนลอบชำแหละแพะจากพม่าติดเชื้อ”แอนแทรกซ์” 2 ราย

สธ.เผยผลตรวจชาวบ้าน ต.มหาวัน จ.ตาก ลักลอบชำแหละแพะพม่า ติดเชื้อแอนแทรกซ์ทั้ง 2 ราย รายแรกพบผลบวกชัดเจน อีกรายแม้ผลเป็นลบแต่ลักษณะแผลคล้ายกัน เผยให้ยาปฏิชีวนะ รักษาหายขาดได้ พร้อมให้ยาผู้เกี่ยวข้องอีก 247 ราย ยาว 60 วัน จึงมั่นใจปลอดเชื้อ
ความคืบหน้าการตรวจสอบเชื้อจากผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อแอนแทรกซ์ ที่เหลืออีกจำนวน 2 ราย จากทั้งหมด 3 ราย

ที่ ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก หลังพบมีการลักลอบชำแหละแพะที่นำเข้าจากประเทศพม่า ซึ่งก่อนหน้านี้ตรวจสอบชัดเจนว่า 1 ราย ไม่ได้ติดเชื้อแอนแทรกซ์ นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ ว่า รพ.แม่สอด จ.ตาก พบผู้ป่วยจำนวน 2 รายมีแผลพุพองและจุดดำที่กลางแผล จึงสงสัยว่าติดเชื้อแอนแทรกซ์ จึงส่งเลือดและเก็บตัวอย่างแผลส่งตรวจวิเคราะห์หาเชื้อที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งขณะนี้ทราบผลแล้วชัดเจนว่า 1 ราย ติดเชื้อแอนแทรกซ์แน่นอน ส่วนอีก 1 ราย ให้ผลเป็นลบ แต่เนื่องจากมีลักษณะอาการและแผลเหมือนกัน จึงคาดว่าติดเชื้อเช่นกัน แต่เนื่องจากมีการให้ยาปฏิวีชวนะไปก่อนหน้านี้แล้ว จึงอาจทำให้ไม่พบเชื้อหรือเชื้อบริเวณแผลที่เก็บมาส่งตรวจตายแล้ว จึงสรุปว่ามีการติดเชื้อแอนแทรกซ์ทั้ง 2 คน สำหรับที่มาของการติดเชื้อแอนแทรกซ์คือ การนำแพะที่ตายแล้วจากประเทศเพื่อนบ้านมาชำแหละ แล้วมือคลุกเคล้าตอนทำอาหาร จากนั้นจึงเกิดแผลดังกล่าวขึ้นมา
นพ.เจษฎา กล่าวว่า ภาพรวมของการติดเชื้อแอนแทรกซ์นั้นคือ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย มีการติดต่อได้ 3 ทาง คือ 1.ผิวหนัง เช่น 2 รายนี้ คือเชื้อโรคเข้าทางแผลที่ผิวหนัง จากนั้นไปที่ต่อมน้ำเหลือง ทำให้ต่อมน้ำเหลืองโต และอาจติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งมีโอกาสเสียชีวิต 20% 2.ทางเดินหายใจ คือเข้าทางปอด ทำให้มีอาการหายใจลำบาก มีไข้สูง ปวดศีรษะ อาเจียน โอกาสเสียชีวิตสูงขึ้นเป็น 50% และ 3.ทางเดินอาหาร คือ เกิดจากการกินเนื้อสัตว์สุกๆ ดิบ และได้รับเชื้อเข้าไป การรับเชื้อทางนี้ถือว่าอันตรายที่สุด มีโอกาสเสียชีวิตถึง 80% แต่ทั้งหมดหากรีบรักษาด้วยการให้ยาปฏิชีวนะก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ สำหรับวัคซีนป้องกันเชื้อแอนแทรกซ์นั้นมี แต่ประเทศไทยไม่ได้มีวัคซีนชนิดนี้ เนื่องจากไม่ได้เป็นแหล่งระบาด และประเทศไทยพบผู้ป่วยติดเชื้อแอนแทรกซ์ครั้งสุดท้ายคือเมื่อ 17 ปีก่อนและไม่พบอีกเลย. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth